เกร็ดความรู้จากรายการเปิดกรุมวยไชยา ตอนที่ 31-40 - ค่ายมวยไชยา บ้านช่างไทย

Go to content

Main menu:

เกร็ดความรู้จากรายการเปิดกรุมวยไชยา ตอนที่ 31-40

    31.นักมวยสมัยก่อนเค้าจะตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็จะวิ่ง แล้วเวลาวิ่งเค้าก็วิ่งไปตามท้องนา ถ้ามีรอยเท้าควายตามพื้น เค้าก็จะล้มลงเกลือกกลิ้งเพื่อให้ผิวหนังมันแข็ง เหมือนกับว่าเรานวดด้วยอะไรสักอย่าง ที่มันทำให้ผิวหนังเกิดความแข็งแรงขึ้น นี่เป็นนโยบายของโบราณนะครับ
    32.ฝึกมวยก็ต้องมีเจ็บบ้างนะครับ อย่างเช่นการฝึกรับหมัด เวลารับพลาดก็ต้องมีเจ็บบ้างนิดหน่อย ฝึกรับเตะ ถ้าเรารับไม่ได้ก็โดน มันก็มีเจ็บบ้างนิดหน่อย ความอดทนเป็นเรื่องสำคัญ เจ็บนิด เจ็บหน่อยก็ไม่ใช่จะท้อซะทีเดียว
    33.สมัยก่อนนี่ เค้าจะคาดเชือกกันเวลาขึ้นสังเวียน หรือจะไม่คาดนั่นก็แล้วแต่ พอคาดเสร็จเค้าเอาลูบหน้าตัวเองให้ดู ลูบหน้าตัวเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วเวลาคาดเนี่ย เค้าก็จะนั่ง มีพี่เลี้ยงคาดมือละคนเลยนะครับ ท่านปรมาจารย์บอกว่า คนไทยไม่ใช่ว่าโหดร้ายถึงขนาดเอาแก้วไปโรย เอาอะไรไปโรย เวลาคาดเชือก คาดเสร็จไม่ใช่เอาไปจุ่มน้ำนะครับ คาดเสร็จปั๊ปเค้าก็พ่นน้ำ พอแห้งปั๊ป มันจะตึงเป๊ะเลย แล้วการถักก้นหอย ถักก็ได้ไม่ถักก็ได้ อย่างโคราชก็จะถักโตๆ ไชยาก็จะถักเรียงเล็กๆ แข็งปึ๊ก โดนก็เหมือนแก้วเลย
    34.การฝึกมวยต้องฝึกให้มีครูอยู่ข้างใน ก็คือว่าฝึกจนกว่าท่าครูสิงอยู่ข้างใน หมายความว่าเราเดินถนน เราไม่ได้ยกท่าครูใช่ไหมครับ พอเจอเหตุการณ์อะไรขึ้นมาเหมือนกับเรามีครูตลอด ยกอัตโนมัติได้ตลอดเวลา คือจะมีครูแนบแน่นอยู่ในตัวเรา นี่คือการฝึกมวยที่ถูกต้องนะครับ
    35.วันนี้อธิบายสามขุมหน่อยหนึงดีกว่านะครับ สามขุมเนี่ยบางคนก็บอกว่าขุมที่หนึ่ง หมายถึงการยืน แล้วก็ ก้าวไปเป็นขุมที่สาม ก็คงไม่ใช่นะครับ เพราะถ้ามันอยู่ที่การยืน เราก็ต้องแพ้สุนัขแน่เลย สุนัขมีตั้งสี่ขุม

สามขุมจริงๆแล้วหมายถึง ขุมที่หนึ่งก็คือสติ เราต้องมีสตินะครับ สติคือความรู้สึกตัว ไม่เมา ไม่หลับ ไม่ง่วง ขุมที่สองก็คือครู ต้องมี ถ้าเราไม่มีครูเราไม่รู้ ครูเป็นผู้ชี้แนะนะครับ เราต้องมีครู ขุมที่สามจะเกิดจากขุมที่หนึ่ง กับขุมที่สอง จะทำให้เกิดความชำนาญเนื่องจาก ตัวเรามีความขยันขันแข็ง มีสติที่ดี มีครูบาอาจารย์ที่ดีนั่นเองนะครับ
    36.ครับเวลาต่อสู้นะครับ เราต่อสู้กับคู่ต่อสู้ของเรา บางคนก็ไล่ต่อยเค้า บางคนก็ไล่เตะเค้า คู่ต่อสู้ก็วิ่งหนี ถ้าเผื่อสมมุติว่าเราเป็นมวย เราต้องอาศัยจังหวะที่เค้าต่อยเรา ที่เค้าชกเรามาเป็นจังหวะของเรา เพราะคือระยะเดียวกัน เค้าต่อยเราถ้าเราปัดหรือปิดได้ เราก็ต้องต่อยเค้าโดน
    37.สมัยก่อนการฝึกเตะเค้าไม่มีกระสอบทราย ก็ต้องเอาต้นกล้วย ต้นตานีตัดความยาวระดับศีรษะของเรา แล้วก็เตะ เตะริด ไม่เตะคว่ำแข้งนะครับ เตะริด ทางอีสานเค้าจะฝึกกัน คือเตะงัดขึ้นไปเค้าจะเลี้ยงไม่ให้ต้นกล้วยล้ม เตะไปทางหนึ่งเอาอีกข้างเตะดัก พอต้นกล้วยเทก็เตะเกี่ยวเข้ามาชิด แล้วก็เตะยัดออกไป เค้าเตะเลี้ยงไปเลี้ยงมาได้ อย่างนายทัพ จำเกาะ เตะต้นกล้วยไม่ล้มเลย นี่นะครับสมัยก่อนเค้าฝึกกันขนาดนี้
    38.การปัด การป้อง การปิด การเปิด คือประตูของการใช้ลูกไม้นะครับ อย่างเช่น ดับชวาลา ถ้าเค้าต่อยมาเราไม่เปิดก่อน เราก็ใช้ไม่ได้ หรือเราไม่ปิด แล้วต่อยเข้าไปเราปัดไม่เป็น ต่างคนต่างโดน ก็ไม่ใช่ลูกไม้ เราก็ต้อง ปัด ปิด หรือเปิดถึงจะเข้าไปใช้ลูกไม้ได้นะครับ
    39.มวยไชยาเปรียบเสมือนทุเรียน สมมุติถ้าใครเตะทุเรียนได้ ก็เตะมวยไชยาได้ ทุเรียนจะสุกหรือว่าจะแก่แล้ว ยังไงก็ตามเราเตะไม่ได้อยู่ดี เพราะเปลือกทุเรียนมีหนามมวยไชยาก็เหมือนกัน ท่าครูของมวยไชยา เวลาเตะมายก พลิกรับ ย่อลงไปกด ยกเข่าขึ้นมารับ หนามทั้งนั้นคนเตะหนามทุเรียนก็เจ็บขา คนเตะมวยไชยาก็เจ็บขา ต่อยมาก็เจ็บ เตะมาก็เจ็บ เค้าก็เลยเปรียบมวยไชยาว่าเหมือนทุเรียน

    40.ครับ มวยไทยต้องฝึกชิงคมให้ดีนะครับ ชิงคมก็คือชิงทำก่อนนั่นเอง สมัยนี้ พอเค้าจะต่อยขวาเค้าก็ขยับ เค้าจะเตะเค้าก็ขยับ แต่ถ้าเป็นมวยสมัยก่อน เค้าจะไม่ขยับนะครับ เค้าจะชิงคม สมมุติว่าเห็นคนขยับเค้าเตะเลย ด้วยขาหน้า ชิงคมก็ชิงด้วยหมัดหน้า แต่ชิงคมเพื่ออะไร ชิงคมก็เพื่อพันลำนั่นเอง อย่างสมมุติว่าเค้าขยับจะชก เราเตะปั๊บ เราก็ต่อในขณะที่เค้าเสียศูนย์ หรือว่าเค้าขยับจะชก เราทิ่มด้วยหมัดหน้า พอทิ่มปั๊ป เค้ากระดกกลับมา เค้าก็ต้องเจอพันลำ พันลำก็คือการออกอวัยวุธต่อเนื่อง เช่น ทิ่ม กระแทก เหวี่ยงสั้น ยัดเข่า เหวี่ยงแข้งหลัง นี่ก็คือพันลำนะครับ
หน้า 1  2  3  4  5  6
Back to content | Back to main menu