เกร็ดความรู้จากรายการเปิดกรุมวยไชยา - ค่ายมวยไชยา บ้านช่างไทย

Go to content

Main menu:

เกร็ดความรู้จากรายการเปิดกรุมวยไชยา

    ความระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  เป็นสเน่ห์ของมวย ทั้งมวยไทย มวยสากล ต้องมีความระมัดระวัง ยิ่งมวยไทยต้องระวังเป็นพิเศษ ทีนี้ในตอนแรก เวลาฝึกก็ระวังไม่ให้ผิด กำหมัดให้ถูกต้อง พันแขนให้ถูกต้อง พันหมัดให้ถูกต้อง ทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง แล้วความระมัดระวังอันนั้น ก็จะส่งผลในการระวังตัวของท่าน
    สมัยเมื่อท่านปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ยังฝึกมวยอยู่ ท่านก็ไปเห็นท่านปรมาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ กำลังสอนลูกศิษย์ถึงการรับเตะด้วยฝ่ามือท่านปรมาจารย์เขตร ก็ด้วยความเป็นวัยฉกรรจ์ ก็เข้าไปบอกว่า แล้วถ้าเค้าเตะเป็นลมพัดล่ะครู ท่านปรมาจารย์กิมเส็ง ก็บอกว่า ลื้อเตะลูกบอลแตกมากี่ลูกแล้ว ท่านปรมาจารย์เขตรก็บอกว่า ๒ ลูกครับ ท่านก็บอกให้เตะท่าน ท่านรับ ๑ ๒ ๓ เตะครั้งที่สาม พอจะต่อย ท่านยันคาง ล้มลงบนกอกล้วย นั่งลงที่กอกล้วยเลย ท่านปรมาจารย์กิมเส็งก็ถามบอกว่า ลมหยุดพัดแล้วเหรอ ท่านปรมาจารย์เขตร ก็ยกมือ บอกหยุดแล้วครับ นี่คือประวัติของท่านปรมาจารย์เขตรกับปรมาจารย์กิมเส็ง ที่ก่อนที่จะเป็นลูกศิษย์ลูกหากัน เค้ามีการทดสอบกัน มันต้องรู้แบบ จริง จริง
    ท่านปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ท่านไปซ้อมกับลูกศิษย์ ท่านปรมาจารย์กิมเส็ง ลูกศิษย์ท่านปรมาจารย์กิมเส็งเนี่ย หมัดหนักมาก แต่ว่าท่านปรมาจารย์เขตร เฆี่ยนจนแขนห้อยหมดทุกคน จนเหลือแต่ท่านปรมาจารย์กิมเส็ง ท่านปรมาจารย์เขตรเล่าว่า เวลาซ้อมกับท่าน ชกไปเนี่ย ห่างคืบหนึ่งทุกที แล้วก็ท่านปรมาจารย์กิมเส็งก็จะเอามือมาลูบหัวท่านบอกว่า อย่าน่าไอ้เขตร ทุกครั้งไป จนกระทั่งท่านบอกว่าท่าปรมาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ฟุตเวอร์คเหมือนเทวดา
    สมัยก่อน เวลาเค้าชกมวย จะชกกันบนลานดิน เรียกว่างานวัดงานสมโภชน์ อย่างมีเวทีมวยก็ยกพื้นขึ้นมา แล้วก็มีเชือก มีมุมอยู่ ๔ มุม กรรมการก็จะยืนอยู่ ๔ มุมนะครับ เวลานับยก หนึ่งยกเค้าจะเรียกเป็นหนึ่งอัน คือเอากะลาตาเดียวมา เจาะรู แล้วก็วางบนน้ำ พอกะลาจมก็หมดยกหรือหมดอัน กรรมการในเวทีไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปสั่งให้ชกให้อะไรทั้งสิ้น เค้าจะให้เกียรตินักมวย ถือว่านักมวย มีสมองของตัวเอง มีความคิด จะชกเมื่อไหร่ จะหลอกล่อกันแค่ไหนก็ได้จะไหว้ครูกันนานแค่ไหนก็ไม่มีใครว่านะครับสมัยก่อน แล้วก็สมมุติว่าชกแพ้กันเนี่ย เช่นมีอยู่ ๕ คู่ คู่ที่ ๑ ต่อยกันน๊อค เค้าก็จะเอาไปเข้าพุ่ม คู่ที่ ๒ ขึ้นมาชกต่อ คู่ที่๓ ที่ ๔ ที่ ๕ พอชกกันหมด ๕ คู่ ก็มาไล่คู่ที่ ๑ เค้าก็จะไปถามว่าจะชกต่อหรือเปล่า คือ การน๊อคไม่ได้หมายถึงแพ้ คำว่าแพ้คือยอมแพ้ ถ้าน๊อคไปแล้ว ปลุกขึ้นมาแล้วยังอยากสู้ต่อ ก็ยังได้ นี่ก็เป็นการชกมวยเมื่อสมัยโบราณ จะเป็นอย่างนี้นะครับ
    เวลาท่านทำอะไรทุกอย่างขอให้ตั้งใจนะครับ อย่าทำแบบสุกเอาเผากิน เวลาเราทานข้าว ถ้าเราไม่ตั้งใจเนี่ย บางทีก็สำลักนะครับ เหมือนกัน เราโตมาด้วยความตั้งใจอย่างไร เราฝึกมวย เราก็ต้องฝึกด้วยความตั้งใจอย่างนั้นนะครับ
    สมัยก่อนเวลาเค้าชกมวย เค้าคาดเชือกเพื่อป้องกันกระดูกหลังมือ ทำให้นิ้วมือมีที่กำที่จับให้แน่นนะครับ มวยไชยาจะคาดเชือกแค่ข้อมือ ส่วนมวยภาคกลางหรือลพบุรี จะคาดประมาณถึงครึ่งแขน ส่วนมวยอีสานมักจะคาดถึงข้อศอก อย่างนายทับ จำเกาะ เนี่ยคาดถึงข้อศอก แล้วก็ถักแข้งสิงห์ตลอด มีก้นหอยใหญ่ๆตลอดแนว การคาดเชือกก็เพื่อป้องกันกระดูกหลังมือและนิ้วมือนั่นเอง
    ความระมัดระวัง ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ เป็นสิ่งจำเป็นจำเป็นนะครับ ระเบียบทุกข้อ มันก็เหมือนกับว่าเราตอกตะปูลงไป เราสร้างเก้าอี้ตัวหนึ่ง เราตอกตะปูที่ขาเก้าอี้ ที่พนักพิง ที่ไม้วางเวลานั่ง สมมุติว่า ตัวหนึ่งตัวใดมันถอน หรือมันคลอน ระเบียบของเก้าอี้ หรือความแข็งแรงของเก้าอี้ตัวนั้น ก็ต้องสูญเสียไปนะครับ
    สมัยก่อนมีมวยอยู่ทุกพื้นที่ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองมวย แต่ที่สำคัญก็มีอยู่ ๓ เมือง ที่มีชื่อเสียง คือ หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา นะครับ หมัดโคราชจะเป็นหมัดเหวี่ยงควาย ก็จะได้เป็นหมื่นชงัดเชิงชกครับ ส่วนมวยลพบุรี เป็นมวยหมัดตรง ก็จะได้เป็นหมื่นมวยแม่นหมัด หรือหมื่นมือแม่นหมัด ส่วนไชยา จะใช้ท่าเสือลากหาง คือย่อเตี้ยเข้าไปทุ่มคู่ต่อสู้ลงไปสลบหน้าพระที่นั่งพระพุทธเจ้าหลวง ก็เลยได้เป็น หมื่นมวยมีชื่อ ทั้งหมดนี้คือที่มาของ หมื่นมวยมีชื่อ หมื่นมือแม่นหมัด หมื่นชงัดเชิงชก
    การป้องกันตัวที่ดีที่สุดนั่นก็คือ การป้องกันจิตใจของท่านเองไม่ให้คิดผิด ทำผิด หรือว่าไปเดินทางผิด ก็จะมาจากจิตใจของท่านนะครับ ต้องป้องกันให้ดีนะครับ
    สมัยก่อน มวยไชยา เวลาขึ้นชกไม่ใช่ของง่ายเลยนะครับ นักมวยใหม่ที่ต้องการจะชก ก็ต้องมาทดสอบด้วยการนั่งบนครกตำข้าวที่คว่ำลงครับ แล้วก็เอาแป้งประที่หน้าซะขาวเลย ขึ้นไปนั่ง นั่งยองๆ ก็ได้ นั่งขัดสมาธิก็ได้ แล้วก็มีนักมวยรุ่นพี่ เข้าไปชกไปเตะไปต่อย เข้ามาทีละคน ต้องปัด ต้องปิด ต้องเปิด และต้องรับให้ได้ถึง ๓ คน ถึงจะชกเวทีได้
Back to content | Back to main menu